chen's profileSpace in SpaceBlogListsGuestbook Tools Help
謝謝您的瀏覽!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

chen Paihua or JOHN

Occupation
Location
Interests
February 27

ประกาศ...

เนื่องจากคณะกรรมการ สอส. ร่วมกับ สบม. (องค์กรอะไรว่ะ??)
ได้เตรียมการสั่งแบน (พร้อมมิกเซอร์และน้ำแข็ง...) Space in Space
 
ข้าพเจ้าในฐานะผู้ดูแลจึงขอชิงตัดหน้า ทำการปิดSpace (ชั่วคราว)
สาเหตุอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น มีอีกหลายสาเหตุ
เช่น 1. เนื่องจากมีงาน(อะไรก็ไม่รู้ ถาถมกันเข้ามา)
       2. เนื่องจากประชาชนไม่ให้ความไว้วางใจ
       3. เพื่อต้องการคืนอำนาจ กลับสู่ประชาชน
       4. เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
       5. อื่นๆ อีกมากมาย.....
 
ก่อนจบการประกาศนี้ ข้าพเจ้าขอทิ้งค.เสี่ยวไว้ให้ทุกท่านได้จดจำ
ด้วยการตามกระแส ตามทั่นนายก ด้วยการ ยุบสภา(รัก)
เพื่อคืนอำนาจกลับสู่ คิวปิด ให้ท่านคิวปิดได้แผลงศรอีกครั้ง
ตามสมควรในวันและเวลาและกับใครสักคนที่เหมาะสม...
 
ก่อนที่ท่านจะอาเจียน(หรืออ้วกแตก) โปรดเตรียมอุปกรณ์เสริมด่วน
ก่อนที่ข้าพเจ้าจะรู้สึกผิดในการทำร้ายทุกท่านในทางอ้อม...
 
ขอบคุณทุกท่านที่เคยเฉี่ยวเข้ามาในที่นี้ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
ขอให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุขความเจริญตามบุญบาปที่ท่านได้ก่อ
 
ด้วยรักและเคารพ
Mahasamut Chen
 
ปล. หากผู้ใดต้องการ Space นี้คืนกลับมาเร็วๆ สามารถร่วมลงชื่อ
       ใน comment เพื่อนำเรื่องเข้าคลม. ในการพิจารณาอีกครั้ง
 
ปล2. อย่าลืมไปเลือกตั้งในวันที่ 2 เม.ย. นะครับ โปรดเลือกคนดี
         ซื่อสัตย์สุจริต ไม่ซุกหุ้น ไม่บ้าอนาจ ไม่ขายชาติ ไม่ปิดสื่อ
         ไม่ขู่ประชาชนที่ไม่ได้เลือกตัวเองว่าต้องต่อคิวไปอยู่ท้ายๆ
         ไม่แก้กฎหมายเพื่อตัวเอง ไม่เบ็จเสร็จ ไม่โลภ ไม่กลัวเมีย
         ไม่หน้าเหลี่ยม และ.... ให้โอกาสคนใหม่ๆ บ้างครับ...
 
ปล3. แม้จะไม่ได้อัพ Space ไปอีกพักใหญ่ๆ แต่ก็จะไปเยี่ยมบ้างครับ
 
ปล4. ใครมีความรักโปรดรักษาไว้ดีๆ ใครยังก็อดใจไปก่อน ใจเย็นๆ
         เมื่อถึงเวลาแล้ว มันจะมาหาท่านหรือไม่ท่านก็จะเข้าไปหาเจอเอง
 
ปล5. ผม...จะกลับมาเมื่อชาติต้องการ...ครับ ^/|\^
February 18

Today is.....

 วันเกิดฉัน... ทำไมมันจึงไม่มีใครจำ... 
 
วันนี้วันฉลองครบรอบในการมีชีวิตบนโลกนี้ครบ 25 ปีบริบูรณ์
ถ้าคิดเล่นๆ ว่าจะมีอายุสัก 75 ปี 25 ก็เท่ากับ 1 ใน 3 แล้วสินะ
 
1 ใน 3 ของชีวิตที่ผ่านมาเจออะไรๆ มาเยอะเยาะไปหมดเลย
ทั้งทุกข์และสุข ทั้งประสบการณ์มากมาย และรู้จักคนอีกมาก
 
ปกติแล้ว วันเกิด ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา ก็สุดแสนธรรมดามากๆ
เนื่องจากที่บ้านก็ไม่ค่อยมีการฉลองวันเกิดกับคนในบ้านเท่าไหร่
และผมเองก็ ไม่ค่อยชอบที่จะเที่ยวประกาศไปทั่วว่า "วันนี้วันเกิด"
"อีก...วันเป็นวันเกิดนะ" "อย่าลืมของขวัญนะ" "รู้ไหมว่า 18 วันอะไร"
 
ไม่รู้สินะ... ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร... อาจด้วยนิสัยส่วนตัว
หรืออาจด้วยเพราะสมัยมัธยมเคยเป็นคนใจดีเที่ยวไล่แจกของขวัญ
ให้กับวันเกิดของเพื่อนๆ ในห้อง พอถึงวันเกิดตัวเอง
คนเหล่านั้นต่างก็หายไปหมด หรือไม่ก็.....
 
พูดแล้วเหมือนกำลังเศร้า หรือแค้น .รึเปล่า??....
เปล่าหรอกครับ มันแค่เป็นเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำ.....
ถ้าเป็นคนที่รัก ทำอย่างงั้นสิ ถึงจะเศร้า.....
 
อาจด้วยเพราะว่าวันเกิดอยู่ติดๆ กับวาเลนไทน์ ซึ่งกับหลายๆ คน
ทั้ง 2 วันคงจะเป็นวันที่ให้ความสำคัญกันมากมาย
แต่ด้วยนั่นแหละ (อะไรว่ะ) เราเลยต้องสะกดความคาดหวังทั้งปวงไว้
แต่ก็รู้สึกดีและไม่ค่อยดีในเวลาเดียวกันนะ เวลาที่เห็นคนรักกัน
ดี เพราะ รู้สึกว่าความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม และอยากเห็นทุกคนรักกัน
ไม่ค่อยดี เพราะ ก็เพราะตัวเองยังไม่มีใครอะดิ... (คิดถึงวันที่เคยมีจัง)
                        ครั้นจะให้คิดถึงแม่แทนในวันวาเลนไทน์หรือวันเกิด
                        ก็... เฮ้อ เพื่อนๆ ที่รู้เรื่องแม่เราอาจพอเข้าใจมั้งครับ...
 
อย่างไรก็ตาม ชีวิตไม่ได้น่าเศร้าขนาดนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว !!!
เมื่อคืนพึ่งจะไปดูวงดนตรีดีๆ จากสิงคโปร์มาเอง กับเพื่อนๆ
แม้จะเหล้าบุหรี่อบอวลรอบกาย แต่ช่างมัน เราไปเพราะดนตรีเท่านั้น!!
เหลือบไปข้างๆ เห็นเพื่อนสามารถคืนดีกับแฟนที่เกือบจะแตกหัก
ก็รู้สึกดีใจกับมันไปด้วย เพราะผมรู้ว่ามันรักผู้หญิงคนนั้นขนาดไหน
และผมก็รู้ด้วยว่า "ผูกพันธ์แล้ว มันแกะออกยากขนาดไหน"
 
เวลาคนเราผูกพันธ์กันมากๆ แล้วต้องจากกัน แค่คิดก็โคตรเศร้าแล้ว
แต่กระนั้นจะหลีกเลี่ยงกันผูกความสัมพันธ์กับผู้อื่นนั่นก็ไม่ใช่วิถีของคน
 
ช่างเป็นการบ่นในวันเกิดที่ยาวใช้ได้ บางคนอาจได้อ่านถึงบรรทัดนี้
บางคนอาจหยุดตั้งแต่ 2 ประโยคแรก หรือ อาจหยุดไปกลางคัน
ยังไงก็ขอให้ทุกคนทำความดีเยอะๆ แล้วสิ่งดีๆ จะย้อนกลับมาหาเอง
 
ผมเชื่ออย่างงั้นครับ.....
February 12

2nd Concert in 2 weeks

 ตอนแรกว่าจะอัพเรื่องคอนเสริตตั้งแต่เสาร์ที่แล้ว
แต่ไปๆ มาๆ ก็ขอสาธยายพร้อมกัน 2 งานที่ได้ไปดูมา
ใน 2 เสาร์ที่ผ่านมาครับ...
 
SO::ON present Signalized Soul (Sat 4th)
 
ในงานนี้ผมได้รับมอบหมายจากนิตยสารดนตรีรายเดือนอย่าง HoOk
ให้ไปทำการสัมภาษณ์วง The Observatory จากสิงคโปร์ และไป
เฝ้าดู concert ครั้งนี้ด้วยครับ ซึ่งงานนี้นอกจากวง The Obs ซึ่ง
เป็นวงโปรดของผมแล้ว ที่เหลือก็จะเป็นวงอินดีที่คอเพลงอินดี
ถึงจะรู้จัก อย่าง goose, deathtrip, DJ Spydamonkee, Slur
ส่วนคนที่คนหมู่มาก (ขึ้นมาหน่อย) น่าจะพอรู้จัก ก็คงจะเป็น
เฮียอ้วน จากวง armchair นั้นแหละครับ...
 
คอนเสริตก็สบายๆ (สบายกระเป๋าด้วยเพราะเข้าฟรีในฐานะสื่อ)
และสนุกสนาน (แม้จะเริ่มช้าไปหน่อย) จะมีช่วงที่ไม่สนุก ก็ตอน
deathtrip ทำการทดลองทางเสียงแล้วเกิด noise ที่แสบแก้วหูมากๆ
ไม่ชอบเลย....  แต่กับวงสุดโปรด อย่าง The Observatory ที่
เคยมาเมืองไทย 2 ครั้งแล้ว จากงาน Pattaya Music Fest กับ
Fat Fest ก็ต้องพูดว่าสุดยอดเท่านั้นครับ พี่ๆทั้ง 6 คนได้ผสมผสาน
อิทธิพลทางดนตรีเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นดนตรี ที่ซับซ้อนแต่งดงาม
ซึ่งอาจขนานนามว่าเป็นแนว... "Electronic Space Folk Rock" ...
 
งานนี้นอกจากได้ดูวงโปรดแล้วยังได้สัมภาษณ์อย่างใกล้ชิด
ซึ่งทุกๆ คนก็เป็นกันเองดีมาก ขอบคุณดนตรีดีๆจาก The Obs จริงๆ
 
คะแนน :  (เต็ม 5)
 
Smallroom เล่น Armchair (Sat 11th)
 
งานนี้ถือเป็นการเลี้ยงส่ง "อ้วน" มือคีบอร์ดประจำวงที่จะไปเรียนต่อ
เพื่อไม่ไห้งานธรรมดาเกินไป จึงมีการเกณฑ์วงต่างๆจาก smallroom
มาเล่นเพลงของ armchair กันนับ 10 วง (วงละเพลง)
ก่อนที่เจ้าภาพอย่าง armchair จะขึ้นมาเล่นอีก 10 กว่าเพลง....
 
งานนี้ค่อนข้างเรียบง่าย สบายๆ และเป็นกันเอง
(เนื่องจากเป็นฟรีคอนเสริตด้วย เลยสบายกระเป๋าไปอีกครั้ง...55)
อ่ะ... ลืมบอกไปว่างานนี้จัดที่ หอประชุมเล็กที่ ศูนย์วัฒนธรรมฯ
 
แม้เรียบง่ายเหมือนกับเพลงของ armchair แต่ก็แอบมีเซอไพรซ์นิดๆ
ด้วยการเชิญ พี่ตั้ม เจ้าของกาตูนย์อย่าง hesheit ที่ได้ดิบได้ดีที่ ญี่ปุ่น
มาตีกลองให้ 2 เพลง(พี่เค้าเป็นมือกลองคนแรกของ armchair ด้วย)
และมี ก้อย Saturday Seiko มาร่วมร้องเพลง "รึเปล่า" กับเฮียโย่ง
เล่นเอาบนเวทีอบอวลไปด้วยกลิ่นไอของความรัก ส่วนข้างล้างก็...
เต็มไปด้วยประกายไปในตาของสาวๆ และคลื่นแม่เหล็กความอิจฉา
ที่แผ่ออกจากคนดูทุกคน (555.... เว่อดีมั้ย) จนพี่ข้างๆผมพูดว่า...
"แหม... ผัวเมียคู่นี้มันหากินง่ายแฮะ..." (ก็ว่ากันไปล่ะครับ... 55)
 
คะแนน :
 
ปล. ข้างล่างนี้เป็นรูปวง The Observatory ครับผม...... ^^ v
February 09

Do U Remember Nintendo

ps. i think MSN Space is a little TinkTonk in this week na ok... just click at pics to bring u back to the classic game ^^ v ฮิฮิ.....
February 06

วิธีแก้เครียด(แต่ไม่อาจแก้จน) Part.2

  Hello My Friends...

      let's choose some and just do it!...na krup

 

* ค่อยๆ เดินทอดน่องแบบสบายๆ ในวันที่ไม่มีธุระให้ต้องไปสะสาง
*
ซื้อของฝากทุกคนในบ้าน ก็เหมือนกับการซื้อของฝากตัวเองนั่นแหละ
*
นั่งสมาธิให้นานๆ และบ่อยๆ ก็ทำให้ผิวสวยขึ้นได้เหมือนกัน
*
นอกจากตอนที่เคี้ยวข้าวแล้ว ไม่ว่าก่อนหรือหลังกินก็หัวเราะได้อร่อย
*
จินตนาการถึงเรื่องที่อยากมีหรืออยากเป็นคือยานอนหลับอย่างหนึ่ง
*
อ่านหนังสือหรือการ์ตูนโปรดเป็นการเติมน้ำมันให้ตัวเองอย่างดี
*
ยังไม่มีใครเคยแย้งว่า การอาบน้ำไม่สามารถคลายเครียดได้จริงๆ
*
ก่อนจะด่าใครให้นับ 1 ถึง 50 เผลอๆ อาจจะไม่อยากด่าแล้วกได้
*
ไม่ต้องทำยังไงกับเพื่อนที่หักหลังก็แค่อย่าเรียกเค้าว่าเพื่อนก็พอแล้ว
*
รักครั้งแรกส่วนใหญ่ก็อกหักทั้งนั้น น่าจะดีใจที่ไม่แปลกกว่าชาวบ้านเค้า

* การที่ทำของหายอาจเป็นการใช้หนี้ของชาติที่แล้วให้คนอื่นที่เก็บมันได้
*
ถึงจะไม่มีเงินอยู่ในกระเป๋าซักบาท ยังดีกว่าไม่มีเสื้อผ้าให้ใส่ตั้งเยอะ
*
หนี้ที่โดนเบี้ยวไป ทำให้เรารู้จักใครบางคนดีขึ้นโดยไม่ต้องใช้เวลามาก
*
คนอื่นไม่เข้าใจเราไม่เห็นแปลก ในเมื่อเราก็ไม่เข้าใจคนอื่นเหมือนกัน
*
ไม่ต้องช่วยใครๆ ด่าตัวเอง ถ้าสิ่งที่ทำไปแน่ใจว่าพยายามเต็มที่แล้ว
*
วิ่งให้เหนื่อยมากๆ ความโกธรจะได้ถูกขับออกมาพร้อมกับเหงื่อ
* ถ้ากลัวจะนอนฝันร้าย สวดมนต์ก่อนนอนเหมือนตอนเด็กๆ ดูสิ
*
ของฝากสำหรับคนห่างไกล คือการโผล่ไปเซอร์ไพรส์ด้วยตัวเอง
*
เพลงจังหวะมันๆ ทำให้คนฟังกระปรี้กระเปร่าได้โดยอัตโนมัติ
*
อย่าเดาว่าอะไรอยู่ในกล่องของขวัญ แล้วจะไม่รู้จักคำว่าผิดหวัง
 
ปล. ทำไมตั้งแต่ลาออกจากงานแล้วยุ่งขึ้นหว่า... 55 ^^
ปล2. ไว้จะมาอัพเกี่ยวกับการไปสัมภาษณ์ศิลปินในเร็วๆนี้ครับ
February 01

Come Back Again...

หลังจากถอนตัวจากยุทธภพไปนานหลายวัน(ในช่วงตรุษจีน)
บัดนี้ข้าพเจ้ากลับมาแล้ว พร้อมแต๊ะเอียสำหรับทุกๆคน (ซะเมื่อไหร่)
 
ปล. ตรุษจีนได้แต๊ะเอียกันเท่าไหร่เอ่ย...
       และ(สำหรับคนทำงาน)เสียไปเท่าไหร่เอ่ย.... ^^
 
ปล2. ในที่สุด... i'm free..... ^^
 
 
The Memoirs of a Geisha
 
หนังที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกับคนที่สนใจในวัฒนธรรมของญี่ปุ่น
เท่าที่เห็นจากในตัวอย่าง ตัวหนังมาพร้อมกับฉากและเสื้อผ้าตระการตา
,การจัดแสงที่สวยงาม และแน่นอนเกอิชางามๆทั้งหลาย...
 
แม้หนังจะไม่ได้เป็นตัวเต็งในออสก้าในครั้งที่จะถึงนี้
แต่... หนังน่าจะได้เข้าชิงในบางสาขาไม่มากก็น้อย...
 
ใครที่ชอบหนังแอ๊กชั่นฟันกันแหลกระเบิดตูมๆทุก 3 วนาที
เหมาะที่จะไปดูหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมากขอรับ
(โปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการอ่าน)
 
เอาเป็นว่าลองไปดูภาพในPhoto Albumละกัน บางทีอาจจะสื่อได้ดีกว่าเรื่องย่อ
ที่ขนาดย่อแล้วแต่ก็ยังอ่านไม่ครบทุกตัวอักษรกัน...(เปล่าประชดใครนะ...)